สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จะเดินทางไปร่วมประชุมแบ่งปันประสบการณ์

เช้านี้คณะกรรมการสภาลมหายใจกรุงเทพฯ จะเดินทางไปร่วมประชุมแบ่งปันประสบการณ์การก่อตั้งกับทีมสภาลมหายใจกาญจนบุรีครับ สภาลมหายใจกรุงเทพฯเชื่อมสภาลมหายใจกาญจนบุรีถ่ายทอดประสบการณ์ขับเคลื่อน
เมื่อ 09.00น. วันนี้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ดร.เจน ชาญณรงค์ รองประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ นำคณะกรรมการแกนนำของสภาลมหายใจกรุงเพฯ เดินทางไปพบกับคณะผู้ก่อตั้งสภาลมหายใจกาญจนบุรี ที่ห้องประชุมฝึกอบรม เขื่อนท่าทุ่งนา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ การออกแบบโครงสร้างเครือข่าย การประสานงานเชื่อมพลังประชาสังคมในการร่วมกันแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศ
โดยนายวีระศักดิ์ อธิบายว่า สภาลมหายใจ เป็นการรวมตัวของภาคประชาสังคมในสังคมต่างๆ มีตั้งขึ้นมานานแล้วในต่างประเทศที่เคยผ่านประสบการณ์มลพิษทางอากาศที่ร้ายแรง เช่นก่อตั้งสภาลมหายใจลอนดอน สภาลมหายใจปารีสราวกว่า60ปีมาแล้ว
โดยใช้ความรู้เชิงวิชาการในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ การสื่อสารประเด็นให้สังคมเข้าถึง เกิดความสนใจและเข้าใจความซับซ้อนของสาเหตุ ที่มา และผลกระทบต่อสุขภาพของคนและสิ่งมีชีวิตต่างๆในสังคม นำไปสู่การสานพลังความตั้งใจในการช่วยรัฐแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศ และลดผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่นเด็ก ผู้สูงวัย ผู้ป่วยเรื้อรัง ตลอดจนผู้มีรายได้น้อยหรือมีหน้าที่การงานที่ต้องอยู่ในที่โล่งแจ้ง
สภาลมหายใจในไทยเริ่มมีครั้งแรกที่เชียงใหม่ ต่อมาขยายเครือข่ายจนเกิดสภาลมหายใจครบทุกจังหวัดในภาคเหนือตอนบน แล้วจึงมีสภาลมหายใจภาคเหนือเกิดขึ้น
จากนั้นด้วยการสนับสนุนของสสส.จึงเกิดการเชื่อมประสบการณ์ให้เกิดสภาลมหายใจกรุงเทพฯขึ้นมา เพราะปัญหาคุณภาพอากาศในเมืองหลวงก็มีสาเหตุ มีองค์ประกอบ และมีผลกระทบที่แตกต่างจากภาคเหนือ
สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันตกของไทย สภาลมหายใจกาญจนบุรีเพิ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นครั้งแรก้มื่อปลายปี2567ที่ผ่านมา และก็มีสภาพและปัจจัยประกอบของปัญหาที่แตกต่างจากทั้งของกรุงเทพฯและภาคเหนือ
แต่การได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อสังเกต และกลยุทธในการจัดการความรู้ บริหารเครือข่าย ตลอดจนสื่อสารประสานพลังกับภาคราชการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคมระหว่างสมาชิกในสภาลมหายใจต่างๆร่วมกันย่อมก่อให้เกิดความสามัคคี เกิดพลังต่อเชื่อมระหว่างพื้นที่ต้นลมและใต้ลม ทำให้เกิดความร่วมมือที่ดี
และเป็นฐานในการเชื่อมกับสภาลมหายใจต่างประเทศ สภาลมหายใจประเทศเพื่อนบ้านทิศต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ทั้งนี้เพราะประชาชนในภูมิภาคนี้ทั้งหมดต่างก็ใช้อากาศร่วมกัน ผลัดกันตามทิศทางของกระแสลมในแต่ละช่วงของปี
สำหรับสภาลมหายใจกาญจนบุรียังอยู่ระหว่างการทำโครงสร้าง ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าควรมีรูปแบบที่หลวมๆแบบฃาคประชาชน ลดภาระด้านพิธีการ งานเอกสารหรือค่าใช้จ่ายด้านพิธีการ แต่จัมุ่งเน้นการสื่อสารประสานพลังให้เกิดการเรียนรู้ร่วม สามารถเชื่อมเป้าหมายกับทั้งภาคราชการ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคท้องถิ่นได้อย่างราบรื่น โดยจะพยายามใช้สูตรการทำงาน 1+8+3 คือเมื่อจบฤดูฝุ่นก็จะมาร่วมถอดบทเรียนกันในหนึ่งเดือนเพื่อวางแผนทำงานต่อเนื่องในช่วงที่เริ่มฤดูฝนไปอีกยาว8เดือน ก่อนที่ฤดูแล้งจะมาถึง ซึ่งมักเป็นเวลาประมาณ3เดือน ที่มนุษย์ยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะหยุดฝุ่นที่ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วได้ ดังนั้นการเร่งปกป้องผู้ได้รับผลกระทบในช่วง3เดือนที่ฝุ่นปกคลุมแล้วจึงต้องใช้กลยุทธด้านสุขภาพเช่นห้องปลอดฝุ่นประจำแต่ละพื้นที่ หรือการสนับสนุนรัฐในการเร่งดับไฟหรือหยุดการปล่อยควันของแหล่งกำเนิดต่างๆให้ได้มากที่สุดในแต่ละปี

