ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

thzh-CNenjalo
เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

 

อุ้มผาง : ทางไกล และเขตสงวนความหลากหลายทางชีวภาพ (ตอนที่1)

โดย : วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

ถ้ามีใครถามว่า อำเภออะไรที่อยู่ไกลศาลากลางจังหวัดมากที่สุด คงมีน้อยคนจะทราบว่า อุ้มผางเป็นที่หนึ่งเลยครับ นายอำเภออุ้มผางจะต้องใช้เวลาขับรถผ่านทางคดเคี้ยวในเทิอกเขาถนนธงชัยไปให้ถึงศาลากลางจังหวัดที่อำเภอเมือง จังหวัดตาก ใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง!!

โดยต้องเผอิญไม่มีใครต้อนฝูงสัตว์มาขวางทางนะครับ

อีกความเป็นที่สุดก็คงเป็นขนาดของพื้นที่ดินอำเภอ ที่เป็นแชมป์ของประเทศไทยอีกเช่นกัน เพราะพื้นที่อำเภออุ้มผางมีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับอำเภอใดๆในไทย

ถ้าถามเล่นๆ เป็นความรู้รอบตัวแล้วจบ
ก็คงผ่านไป แต่ผมสะกิดใจว่า แล้วข้อเท็จจริงนี้บอกใบ้อะไรเราอีก

และจะควรคิดแก้ไขปรับปรุงอย่างไรได้หรือไม่

ไซส์ของอำเภอในไทยที่ใหญ่ใกล้เคียงไล่หลังอำเภออุ้มผางมา ล้วนอยู่ในเขตติดต่อทางการปกครองไล่ๆกันลงมาตามแนวป่าตะวันตกของประเทศ เช่นอำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค ที่จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก อำเภอแก่งกระจาน เพชรบุรี อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

แปลว่าแนวชายแดนไทยฝั่งตะวันตก ที่มีเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตระนาวศรีกั้นพรมแดนธรรมชาติกับพม่านั้น ล้วนเป็นอำเภอขนาดมหึมา ประชากรถิ่นมีเบาบาง และการเดินทางระหว่างกันเองจะยากลำบาก การเดินทางเข้าศูนย์อำนาจการบริหารราชการภูมิภาคคือไปศาลากลางต้องใช้เวลานาน และเส้นทางมีความจำกัด

ส่วนการบริหารวิธีการเดินทางเข้ากรุงเทพไปประชุมที่เมืองหลวงยิ่งใช้นานกว่าอำเภออื่นๆ ทั้งที่ถ้าเอาวงเวียนมากางวัดระยะทาง ส่วนใหญ่จะพบว่าอำเภอเหล่านี้ ไม่ไกลจากคลื่นวิทยุจากกรุงเทพด้วยซ้ำ

แต่ด้วยภูมิประเทศของอำเภอ ขนาดของอำเภอ ทำให้กว่าจะเดินทางพ้นเขตอำเภอตัวเองและอำเภอที่ต้องแล่นผ่านมาเข้าสู่เส้นเมน เพื่อเข้าถึงศาลกลางหรือเมืองหลวง ก็ลิ้นห้อยพอดี

นี่ว่าเฉพาะขาออก ยังต้องใช้เวลาพอๆกันในการเดินทางกลับให้ถึงที่บ้านอีก

แต่แทบทุกอำเภอข้างต้นติดหรือใกล้จะติดชายแดนไทยพม่า

อำนาจหน้าที่ตามกฏหมายเรื่องคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง ไม่ได้ฝากอยู่ที่ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเทศบาลหรืออบต. แต่ฝากที่นายอำเภอ

ดังนั้นนับว่านายอำเภอและโรงพยาบาลตามอำเภอชายแดนเหล่านี้ ที่มีภารกิจท้าทายยิ่ง

แต่กฏหมายและระเบียบราชการไทย ไม่ได้เขียนข้อยกเว้นอะไรกับพื้นที่เหล่านี้ และปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันกับระเบียบที่ใช้ในสมุทรปราการ นนทบุรี หรือปทุมธานี

แค่เจอคำสั่งเวียนให้ทุกอำเภอเข้ามาประชุมร่วม หรือมาต้อนรับผู้บริหาร หรือมาร่วมงานประเพณีที่ศาลากลางจังหวัด ก็หมดวันสองวันไปได้ง่ายๆ ยิ่งถ้ามาแล้วถือโอกาสเอางานอื่นด้วย ก็อาจจะต้องค้างแรมอีกหนึ่งหรือสองวัน แปลว่าย่อมต้องอาศัยมือรองหรือผู้ช่วยในอำเภอช่วยรักษาการหรือปฏิบัติการแทนไปนานวันกว่าที่นนทบุรี ปทุมธานีหรือกรุงเทพล่ะ

ความใกล้ชิดติดพื้นที่ระหว่างราษฏรกับหัวหน้าหน่วยผู้บริหารราชการของพื้นที่แบบนี้จึงน่าพิจารณาความอ่อนไหวให้เขาให้ดี

ผมมีโอกาสสอบถามอดีตปลัดมหาดไทยทราบว่า มีประเพณีปฏิบัติที่อะลุ้มอล่วยให้เขตห่างไกลเหล่านี้เหมือนกัน แต่ไม่มีเขียนกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

โควิดทำให้การประชุมทางไกลกลายเป็นทางออก การงด ลดงานรวมตัวกลายเป็นทางเลือกใหม่ ผมก็หวังว่าพื้นที่ไกลปืนเที่ยงอย่างนี้จะได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ดีขึ้นได้อีก

ขอกลับมาโฟกัสที่อำเภออุ้มผางกันต่อ

เรารู้ละ ว่าอุ้มผางนั้นมีขนาดพื้นที่ใหญ่สุด เดินทางยากเย็น และอยู่ไกลที่สุดจากศูนย์อำนาจ และอยู่ประชิดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่มีประชากรต่อพื้นที่ที่หนาแน่นกว่า

พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภออุ้มผางเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
และอุ้มผางเป็นอำเภอที่ตั้งของน้ำตก ทีลอซู น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของไทย

แบบเรียนหนังสือของไทยบอกให้นักเรียนไทยรู้จักชื่อน้ำตกทีลอซู กันมานานนม ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่จำชื่ออุ้มผาง และทีลอซูได้มาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น

ทีลอซู จึงเป็นหนึ่งใน bucket list ของคนไทยจำนวนมาก ที่ใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะไปเห็นสักหน ภาษาฝรั่งให้ความหมาย bucket list ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ชีวิตพึงได้ไปเห็นสักครั้งก่อนจะบ๋ายบาย…จากโลกใบนี้ไป

อนึ่ง น้ำตกทีลอซู ไม่ได้อยู่ในอุทยานแห่งชาตินะครับ แต่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง คืออยู่ในผืนป่าหวงห้ามที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.6 ล้านไร่!!

ใหญ่ไล่ๆกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งอยู่ติดๆกัน

ในขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เหลืออีกห้าสิบกว่าแห่งทั่วไทยจะมีขนาดเล็กกว่าไซส์ใหญ่ 3 บิ้คนี้หลายๆเท่าตัว

ดังนั้นเมื่อรวม3บิ้คนี้กัน ที่นี่จึงเป็นผืนป่าที่ไม่ค่อยถูกรบกวนผืนใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วของประเทศไทย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น นับว่ามีข้อห้ามตามกฏหมายที่เคร่งครัดยิ่งกว่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเข้มงวดกว่าเขตอุทยานแห่งชาติ

ส่วนเขตอุทยานแห่งชาติก็เข้มงวดห้ามนั่นห้ามนี่ยิ่งกว่า เขตป่าสงวน และเขตป่าไม้ทั่วๆไป

เป็นอันว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คือเขตป่าที่เข้มงวดสุดของที่สุดในระบบกฏหมายป่าไม้ของไทยแล้วล่ะ

แม้ชายขอบของเขตอำเภออุ้มผางจะติดกับเขตอำเภอทองผาภูมิของจังหวัดกาญจนบุรี แต่สองอำเภอนี้ก็ไม่มีถนนที่เชื่อมกัน เพราะมีผืนป่าขนาดใหญ่และภูเขาอีกเป็นเทือกใหญ่ๆหลายๆเทือกขวางเอาไว้

การคมนาคมเข้าหรือกลับออกจากอำเภออุ้มผาง จึงถูกออกแบบไว้ให้มีทางเดียว คือต้องแล่นรถจากอำเภอแม่สอด เลาะไปตามเทือกเขาสูงชันเป็นเวลา เกือบ4 ชั่วโมง

ไม่มีปั้มน้ำมันระหว่างเส้นทางในภูเขา คนขับรถต้องคำนวณให้ดี

นับเป็นเสมือนซอยตัน ที่เข้าลึกที่สุดในแผ่นดินสยามแล้ว

ทั้งนี้ก็เพื่อจะพยายามรักษาความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพของป่าตะวันตกของไทยเอาไว้ให้ได้ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ป่า

ทางการเคยมีความจำเป็นต้องเริ่มเร่งตัดถนนจากกำแพงเพชรเพื่อหมายจะทำทางลัดทะลุเข้าถึงอำเภออุ้มผางในช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยไปอาศัยใช้อุ้มผางเป็นฐานปฏิบัติการ เพื่อจะได้จัดกำลังทหารเข้าปราบปราม แต่เมื่อนโยบายการเมืองนำการทหารในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี สามารถออกแนวทาง เปลี่ยนผู้เห็นต่างทางอุดมการณ์การเมืองมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เกิดการวางอาวุธรบ และนิรโทษกรรมความผิดอย่างเป็นทางการ ถนนทางลัดแต่ตัดกลางป่าสายที่ว่าซึ่งสร้างยังไม่เสร็จก็ถูกทิ้งโครงการไป การสำรวจคืนพื้นที่จากกรมทางหลวงคืนกรมอุทยานฯครั้งล่าสุด ปีที่ผ่านมา จึงพบว่าสภาพทางถนนที่ว่าแทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว มีเพียงซากเสาคอนกรีตผุๆอยู่ที่สะพานข้ามห้วยไม่กี่แห่ง ที่เหลือ ต้นไม้ใหญ่เติบโตปกคลุมจนไม่มีสภาพเหลือแล้ว

ความหลากหลายทางชีวภาพในป่าผืนสำคัญนี้จึงรอดจากการถูกรบกวนจากภายนอกได้

อย่างไรก็ดี

ผมได้รับฟังข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ปีที่แล้วว่า เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มที่อุ้มผาง ถนนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปพักหนึ่ง ลำธารลำน้ำเต็มไปด้วยซากปรักวัสดุที่ดินโคลนและกระแสน้ำป่าซึ่งพัดผ่านบ้านเรือนผู้คนพาเอาสิ่งของแปลกตามาติดอยู่ตามเส้นทางน้ำผ่าน อาทิ ทีวี มอเตอร์ไซค์ โอ่งไห กะทะ ตะกร้าเข่งแม้แต่พัดลมและไหกะปิน้ำปลา

ครั้นเมื่อน้ำลดแล้วก็ปรากฏสิ่งของข้างต้นที่เสียหายกลายสภาพเป็นขยะไปติดอยู่ตามจุดต่างๆที่น้ำผ่านอีกมาก

ทางน้ำแทบทั้งหมดในอุ้มผางจะไหลมารวมกันเเล้วเคลื่อนสู่แควน้อย และแควใหญ่ในกาญจนบุรี จากที่นั่นก็ไหลต่อไปเฉียดสุพรรณบุรี ผ่านอัมพวา สมุทรสงครามออกทะเลในนามแม่น้ำแม่กลอง

ดังนั้นสายน้ำทั้งหลายที่อำเภออุ้มผางนี่แหละ คือต้นของสายน้ำ แม่กลอง

และคำว่าแม่กลองนั้นมาจากคำพ้องเสียงในภาษามอญแต่ดั้งเดิม แปลว่า ทางน้ำ คือคลอง

ดังนั้น แม่กลองจึงคือแม่คลอง

คนสยามเรียกชื่อตามๆกันมาจนเสียงเปลี่ยนเป็นแม่กลอง คนภายหลังจึงนึกว่ากลองคือกลองที่ขึงด้วยหนังสัตว์ ใช้ตีให้เสียงดัง!

อุ้มผางนั้น ก็เป็นคำพ้องเสียงที่แปลงมาจาก อุผะ อันเป็นชื่อเรียกภาชนะทรงกระบอกทำจากไม้ไผ่ มีฝาปิดครอบ มีไว้ใส่เอกสารเพื่อเดินทางไม่ให้ต้องยับเปียกเสียหายง่าย เป็นศัพท์ของเผ่าปะกากะญอ

เล่ามาถึงนี้แล้วก็จะเห็นชัดขึ้นว่ารากฐานของป่าดิบผืนใหญ่นี้มีทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่อยู่กับป่าดึกดำบรรพ์นี้มายาวนาน

ในฐานะที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ของวุฒิสภา เราจึงอยากไปสำรวจอุ้มผาง เพราะเป็นต้นทางของแม่น้ำสำคัญ เป็นแหล่งรวมทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายต่างๆ และถ้ามีปัญญาก็จะสังเกตปัญหาต่างๆและอาจได้ช่วยชาวบ้านบริหารขยะที่ค้างคาอยู่ในที่ต่างๆเท่าที่ยังพอจะทำได้

อุ้มผางเป็นมากกว่าป่าต้นน้ำ แต่เป็นธนาคารของความหลากหลายทางชีวภาพที่หายากที่สุดอีกแหล่งของโลก มีการค้นพบพันธุ์พืชและสัตว์ที่ยังไม่เคยถูกบันทึกพบมาก่อน หรือเข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากโลก ที่ป่าแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ

ที่นี่จึงเป็นของมีค่ายิ่ง เพราะตำหรับยาและสารธรรมชาติตลอดจนวงจรสิ่งมีชีวิตบางชนิดในนี้นั่นแหละ ที่อาจถูกสืบค้นวิจัยกลายเป็นเวชภัณฑ์ระดับโลก

มูลค่าในอนาคต ถ้ามีสถาบันวิจัยระดับสูงของไทย ตั้งใจศึกษาพื้นที่ชีวมณฑลแห่งนี้อย่างระมัดระวัง ไทยอาจก้าวทะลุคำว่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพและกลายเป็นชาติผู้ส่งออกเวชภัณฑ์ราคาแพง ขายเป็นหยด ไม่ใช่ใช้ที่ดินสำคัญเหล่านี้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวไว้เลี้ยงสัตว์ ที่ขายเป็นตันเป็นกิโล แต่กลับต้องฉีดยาฆ่าแมลงเทยาปราบศัตรูพืชลงในดิน กระจายไหลลงในป่าต้นน้ำ ทำลายวงจรดีๆที่มีค่าเหล่านี้ไปเรื่อย แถมยังมีจุดไฟขยายไร่ หรือเผาตอซังหลังเก็บเกี่ยวเป็นช่วงๆ

โดยมีรัฐประกันราคา!!

คณะเราจึงวางแผนเพื่อไปให้เห็นถึงสภาพจริงของพื้นที่
วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เราจินตนาการออกว่า ทางแก้และทางป้องกันเรื่องขยะและสิ่งแปลกปลอมในสิ่งแวดล้อมของป่าที่ยังสมบูรณ์ผืนใหญ่สุดของประเทศแห่งนี้ น่าจะมีช่องทางแก้อะไรได้บ้าง

แต่โควิดและความไม่ลงตัวของช่วงเวลาก็ประวิงผมและคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของวุฒิสภาที่จะบุกเข้าพื้นที่มาจนเผอิญเจอเข้ากับช่วง เอเปค ปิดกรุงเทพ!

เราจึงแต่งคณะออกเดินทางมุ่งสู่อุ้มผางกัน

การใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพไปให้ถึงอุ้มผางต้องหมดเวลาไปเกือบหนึ่งวัน นอนพักตื่นมาทำภารกิจเต็มกำลังกันได้เต็มหนึ่งวัน และเหลือเวลาทำกิจกรรมอีกสักสองชั่วโมง ในวันสุดท้ายแล้วก็ต้องใช้เวลาเพื่อนั่งรถข้ามเทือกเขา
เดินทางกลับมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินแม่สอดก็อีกหนึ่งวัน!!

ไม่ว่าจะเลือกขึ้นเครื่องของสายการบินไปเข้าแม่สอดแล้วค่อยนั่งรถต่อเข้าอุ้มผาง หรือจะเลือกการขับรถตียาวจากกรุงเทพไปอุ้มผาง ซึ่งต้องวิ่งยาวขึ้นเหนือแล้วค่อยอ้อมมาเข้าอุ้มผางผ่านแม่สอดก่อนอยู่ดี ก็ใช้เวลาต่างกันไม่มาก คือระหว่าง7 ชั่วโมงกับ10ชั่วโมงอยู่ดี

แล้วเราก็ไปถึงอุ้มผางตอนค่ำของคืนวันแรก ถอนหายใจโล่งอกเมื่อลงจากรถขนเป้ขึ้นสู่ห้องพัก เพราะทางชัน คดเคี้ยว มืดสนิท และมีรถบรรทุกสิบล้อ สิบแปดล้อ แล่นสวนเข้าออกในหุบเขาที่ถนนสูงเทียมเมฆ ที่กว่า600เมตรจากระดับน้ำทะเล เกือบค่อนหนึ่งของเส้นทาง

ผอ.หน่อง ของ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จากจังหวัดตาก มาเป็นผู้นำเราเข้าเส้นทางนี้บอกว่า ถนนนี้พารถให้แล่นอยู่ในระดับที่สูงเท่าเฮลิคอปเตอร์บิน !!

เพียงแต่คืนแรกนี้ เรามองหน้าต่างรถออกไปก็มืดตื๋อ จึงยังไม่เข้าใจอะไร รู้แต่ว่าหวาดเสียวทุกโค้งที่ต้องแล่นขึ้นลงเขาสวนกับความใหญ่โตของรถบรรทุกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ขนออกไปขายต่อ

พื้นที่ตอนแรกหมดลง ขอเล่าต่อในตอนหน้า ถึงภารกิจจริงที่เราไปทำ ในอุ้มผางยามฟ้าสว่างครับ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของวุฒิสภา