ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org

เว็บไซต์วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org
มีความมุ่งมั่นเเละตั้งใจในการเผยแพร่เรื่องราวความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์สังคมด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมกฎหมายและการปกครอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป
มองโลก มองความยั่งยืน
จบปริญญาโท กฎหมายสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อดีตสมาชิกในบ้านพิษณุโลกมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีประสบการณ์พัฒนานโยบายสาธารณะมาต่อเนื่อง เป็นนักกฎหมายที่เชื่อมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเเละมีอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์สังคมที่มีความเท่าเทียม การพัฒนาประเทศไทยให้มีความทันสมัย เจริญเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป

The Leader Insight เปรียบเทียบมาตรการรับมือน้ำมันแพงทั่วโลก

ที่มา https://youtu.be/YudbV03kvWw

 

รายการ The Leader Insight เปรียบเทียบมาตรการรับมือน้ำมันแพงทั่วโลก โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ วันพฤหัสบดีที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐-๑๐.๓๐ น. ดำเนินรายการโดย จิระ ห้องสำเริง ฟังทางวิทยุ ร.ด.F.M.๙๖.๐ และ ออนไลน์ที่ www.zaabnews.com
Facebook @zaabnewsRadio
Youtube: www.youtube.com/@LeaderView />ชมย้อนหลังที่ www.SmeMedia.Com

ที่มา https://youtu.be/YudbV03kvWw

.

วิกฤตพลังงานจากราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประเด็นสำคัญที่นานาประเทศกำลังเผชิญหน้าและหามาตรการรับมือ

ประเทศไทย: เปลี่ยนจากนโยบายอุดหนุนพลังงานแบบเหมาเข่ง (Universal Subsidy) ไปสู่การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า (Targeted Subsidy) เพื่อรักษาสภาพคลังของประเทศ มาตรการที่ดำเนินการได้แก่:

  • ตรึงราคาน้ำมันดีเซล: แม้จะทำให้กองทุนติดลบ
  • ช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการ: เติมเงินให้กลุ่มคน 10% ล่างสุดของสังคม (คล้ายไอร์แลนด์และเกาหลีใต้) เพื่อคงกำลังซื้อ
  • รณรงค์ Work from Home: เพื่อลดอุปสงค์การใช้น้ำมัน (คล้ายฟิลิปปินส์)
  • ชดเชยต้นทุนผู้ประกอบการ: เช่น กลุ่มโลจิสติกส์ รถบรรทุก และประมง รวมถึงการปรับค่า K ให้ผู้รับเหมาเพื่อไม่ให้งานชะงัก
  • สนับสนุนวินมอเตอร์ไซค์และธงเขียว: สำหรับภาคเกษตรและประมงเพื่อใช้น้ำมัน B20
  • การปรับโครงสร้างระยะยาว: เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต

มาตรการจากนานาชาติ:

  • อาเซียน: ส่วนใหญ่ปรับจากการตรึงราคาถ้วนหน้าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเช่นกัน
    • มาเลเซีย: ยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันถ้วนหน้า แต่เริ่มส่งสัญญาณปรับเป็นการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม
    • อินโดนีเซีย: เน้นกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานและส่งเสริมไบโอดีเซล โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม
  • ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์:
    • อัดฉีดเงินสด: โดยไม่เน้นอุดหนุนราคาน้ำมันโดยตรง
    • ผ่อนปรนกฎระเบียบ: เพื่อความคล่องตัวในการจัดหาพลังงาน
    • Tax Credit: นิวซีแลนด์ให้ In-Work Tax Credit แก่ครอบครัวทำงาน ส่วนออสเตรเลียเน้นให้ Tax Credit แก่อุตสาหกรรมหลักเช่น เหมืองแร่และเกษตรกรรม และสนับสนุนการใช้รถ EV ในภาคธุรกิจ
  • ยุโรป: ประกาศ "Clean Industrial Deal" แปรวิกฤตเป็นโอกาสสู่พลังงานสะอาด ร่วมมือกันหาแหล่งน้ำมันและตั้งกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการที่เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียน
  • APEC: แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ใช้ AI ในการจัดการพลังงานเพื่อลดต้นทุน และให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุน
  • แคนาดา:
    • ลดภาษีและค่าธรรมเนียมน้ำมัน: เป็นการชั่วคราว
    • ยกเลิกภาษีคาร์บอนผู้บริโภค: ชั่วคราว
    • อนุมัติงบประมาณ 500 ล้านเหรียญ: ช่วยธุรกิจจัดการต้นทุน โดยเฉพาะ Food Supply Chain
    • รัฐอัลเบอร์ตา: ลดภาษีน้ำมันแบบยืดหยุ่นหากราคาน้ำมันดิบโลกสูงเกิน 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล
    • กองทุนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิล: สำหรับภาคอุตสาหกรรม
  • แอฟริกาใต้:
    • ปรับกลไกราคาเดือนละครั้ง: ควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบราคาควบคุม
    • ระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันทั่วไป: และปลดล็อกกองทุนชดเชยอื่นๆ เช่น กองทุนอุบัติเหตุทางถนน เพื่อลดราคาหน้าปั๊ม
    • มีการใช้การสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์
  • ญี่ปุ่น:
    • มาตรการฉุกเฉิน: อัดฉีดเงินอุดหนุนกว่า 8 แสนล้านเยน เพื่อให้ราคาอยู่ในเป้าหมาย 170 เยน/ลิตร
    • ปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์: 8.5 ล้านกิโลลิตรจาก 11 คลัง
    • ยกเลิกภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตส่วนเพิ่ม (Tax Surcharge) ชั่วคราว: สำหรับดีเซล
  • เกาหลีใต้:
    • ใช้เพดานราคาเป็นครั้งแรกใน 30 ปี: เพื่อควบคุมราคาน้ำมันทั่วประเทศ
    • ขยายเวลาและเพิ่มการลดภาษีน้ำมัน: จาก 7% เป็น 15% สำหรับเบนซิน และจาก 10% เป็น 25% สำหรับดีเซล เพื่อช่วยภาคขนส่งและ SME
  • จีน:
    • กลไกราคาควบคุมและแทรกแซงพิเศษ: โดยจำกัดการขึ้นราคาเพียงครึ่งเดียวของราคาตลาดโลก
    • เพิ่มกำลังการผลิต: สั่งโรงกลั่นเร่งกลั่นน้ำมัน
  • รัสเซีย:
    • อุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินในประเทศ: เป็นเวลา 4 เดือน โดยใช้กำไรจากการส่งออกต่างประเทศ
    • แบนการส่งออกเบนซิน: ตั้งแต่ 1 เมษายน เพื่อรักษาน้ำมันไว้ใช้ในประเทศ
    • แทรกแซงผ่านกลไกภาษี: เพื่อดึงกำไรจากการส่งออกมาชดเชยโรงกลั่นในประเทศ

โดยสรุป รัฐบาลทั่วโลกกำลังหาวิธีรับมือวิกฤตพลังงานอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย และการบริหารจัดการกลไกตลาดและภาษี เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ สิ่งสำคัญคือมาตรการที่ชัดเจน เป็นจริง และมุ่งเป้า มากกว่าคำปลอบใจ

.